BLOG

อนาคตของตลาดอัตราแลกเปลี่ยน (The Future of Forex): การนำทางภาพรวมของภูมิภาคเอเชียเพื่อผลกำไรสูงสุด

Posted by Mario Singh on March 9, 2017 at 2:00 PM


เพื่อให้เข้าใจการพัฒนาโดยพื้นฐานของตลาดอัตราแลกเปลี่ยนในเอเชีย, สิ่งที่เชื่อมโยงคือ เราสามารถมองผ่านเลนส์ประวัติศาสตร์และ เข้าใจสิ่งที่นำพาพวกเรามาตั้งแต่เริ่มจนถึงปัจจุบัน

7.jpeg

ภาพรวมทางการเงินทั่วโลกเป็นความท้าทายที่แท้จริง และยังคงมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว. ในปี 2007 คือจุดเริ่มต้นของวิกฤตการเงินโลกเมื่อผู้คนขาดความมั่นใจในมูลค่าของตลาดสินเชื่อที่อยู่อาศัย(Sub-prime mortgages) เป็นสาเหตุของวิกฤตสภาพคล่อง. ธนาคารต้องเผชิญกับวิกฤตสินเชื่อ และการให้กู้ยืมหยุดชะงักลง.

หลังจาก Bear Stearns (ธนาคารเพื่อการลงทุนขนาดใหญ่เป็นลำดับที่ 5 ในสหรัฐฯในเวลานั้น) ได้ถูกขายให้กับ JP Morgan ในเดือนมีนาคม 2008, ทำให้จำนวนหุ้นได้ตกอย่างรวดเร็ว. เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2008, ธนาคารแห่งอเมริกาประกาศว่ากำลังจะเข้าซื้อ Merrill Lynch ในข้อตกลงหุ้นทั้งหมดมูลค่า 50 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ต่อมาในวันที่ 15 กันยายน 2008, บริษัท Lehman Brothers ก็ได้ล้มละลาย.

ในวันที่ 16 กันยายน 2008, ธนาคารกลางสหรัฐประกาศว่าจะให้เงินกู้ฉุกเฉินจำนวน 85 พันล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อช่วยเหลือเอไอจีบริษัทประกันภัยขนาดใหญ่. ในวันที่ 29 กันยายน 2008, ดัชนีดาวโจนส์ดิ่งลง 777.68 จุด – เป็นจุดที่ร่วงลงครั้งประวัติศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุดของวัน - ปิดลงร้อยละ 7 ที่ 10365.45

ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพียงในเวลาสองสัปดาห์.

จากนั้นวิกฤตภาคพื้นที่ยุโรป(Eurozone Crisis)ก็ได้ปะทุขึ้น ก่อนที่ตลาดโลกจะสามารถฟื้นตัวจากวิกฤตสินเชื่อได้.

ในเดือนพฤษภาคม 2010, กรีซได้ยอมรับข้อตกลงรับเงินช่วยเหลือจำนวน 110 พันล้านยูโรจากธนาคารกลางยุโรป, คณะกรรมาธิการยุโรป และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ. จากนั้นประเทศไอร์แลนด์กลายมาเป็นเหยื่อรายต่อไปในเดือนพฤศจิกายนของปีเดียวกันด้วยการยอมรับข้อตกลงรับเงินช่วยเหลือจำนวน 85 พันล้านยูโร. ในอีกสามปีต่อมาเราก็ได้เห็นประเทศโปรตุเกส สเปน และไซปรัสที่มีความต้องการในความช่วยเหลือนี้เช่นเดียวกัน

แล้วโอกาสสำหรับผู้ค้ารายย่อย และนักลงทุนต่อฉากหลังของความไม่แน่นอนอยู่ที่ไหน?
คำตอบคือ ตลาดอัตราแลกเปลี่ยน Forex

ในเดือนกันยายน 2016, ธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ (BIS) รายงานว่า มูลค่าของ Forex ทั่วโลกมีมูลค่าที่ 5.1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐต่อวัน. ในรายงานก่อนหน้านี้ที่ถูกทำขึ้นเมื่อ 3 ปีก่อนในปี 2013 รายงานว่า มูลค่ารวมทั้งหมดของ Forex สูงสุดถึง 5.3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐต่อวัน.

Chart.png

ในตอนแรกผมรู้สึกมึนงงว่ารายงานที่ผมได้เห็นแสดงถึงมูลค่าของ Forex ปี 2013 ลดลงเทียบกับปี 2016. พอได้พิจารณาต่อไปมากขึ้น ผมก็เข้าใจได้ว่ามันมีอะไรมากกว่าที่ตาเห็น. มันแสดงปัจจัยกำหนดจากปี 2013 ถึง 2016 เงินดอลลาร์สหรัฐได้แข็งตัวขึ้นร้อยละ 16 เมื่อเทียบกับค่าเงินอื่น ๆ. ในขณะนี้เกิดความสูญเสีย 2 ล้านล้านเงินดอลลาร์สหรัฐ จาก 5.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงเป็น 5.1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเท่ากับการลดลงร้อยละ 3.7 เท่านั้น. ดังนั้นถ้าคุณใส่ข้อมูลนี้ลงในบริบทที่ว่า ในขณะที่ปริมาณอาจจะดูเหมือนได้มีการปรับตัวลง เหตุผลที่แท้จริงก็คือการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ

เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2013, ส่วนแบ่งของเงินดอลลาร์สหรัฐเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 88 ซึ่งสูงขึ้นโดยร้อยละจุดหนึ่ง. ค่าเงินยูโรยังคงรักษาระดับที่สองโดยเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 31 แต่ลดลงโดยร้อยละจุดสอง แสดงให้เห็นถึงการลดลงอย่างต่อเนื่องสำหรับสกุลเงินเดียวในยุโรปหลังจากที่เคยมีอัตราเพิ่มขึ้นสูงสุดถึงที่ร้อยละ 39 ในปี 2010

มาถึงคำถามสำคัญที่สุด - ข้อมูลทั้งหมดนี้หมายถึงอะไรสำหรับภูมิเอเชีย? ลองดูที่ 3 หัวข้อสำคัญ :

 

1) ส่วนแบ่งการตลาดในภูมิภาคเอเชีย

จากผลการสำรวจ ศูนย์กลางการเงินโลกยังคงมีอำนาจในการกำหนดตลาดในแง่ของส่วนแบ่งการตลาด –
ท๊อป 5 ของตลาดที่ยังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลงได้แก่ สหราชอาณาจักร, สหรัฐอเมริกา, สิงคโปร์, ฮ่องกง และญี่ปุ่นคิดเป็นร้อยละ 77 ของการซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศทั่วโลก. ตัวเลขเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 75 ในเดือนเมษายน 2013 และร้อยละ 71 ในเดือนเมษายน 2010. แสดงให้เห็นถึงความยอดเยี่ยมที่สำคัญว่า 3 จากทั้งหมดท๊อป 5 ประเทศ ส่วนแบ่งการตลาดเป็นของเอเชีย

สิงคโปร์ยังคงเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชีย – แปซิฟิค และใหญ่เป็นอับดับที่สามของโลกรองจาก ลอนดอน และนิวยอร์ก. ปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันของตลาดอัตราแลกเปลี่ยนของสิงคโปร์เป็น 517 พันล้านเหรียญสหรัฐในเดือนเมษายน 2016 ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 35 จาก 383 พันล้านเหรียญสหรัฐในเดือนเมษายน 2013. ปริมาณส่วนแบ่งการตลาดของสิงคโปร์ต่อมูลค่าตลาดอัตราแลกเปลี่ยนโลกเติบโตจากร้อยละ 5.7 ในปี 2013 ถึงร้อยละ 7.9 ในปี 2016

สัญญาแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศได้สร้างชั้นผลิตภัณฑ์การซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดในสิงคโปร์ และคิดเป็นร้อยละ 48 ของการซื้อขายทั้งหมด ตามมาด้วยการซื้อขายเงินตราต่างประเทศเพื่อการส่งมอบโดยทันที(Spot FX) ร้อยละ 24 และ สัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า(FX Forwards) เป็นร้อยละ 20. การขยายตัวในตลาดอัตราแลกเปลี่ยนของสิงคโปร์ถูกขับเคลื่อนด้วยแรงเติบโตใน G-10 และสกุลเงินต่าง ๆ ในเอเชีย. สกุลเงินที่มีอัตราเพิ่มขึ้นมากที่สุด ได้แก่ เงินหยวน ร้อยละ 78, เงินเยน ร้อยละ 67 เปอร์เซ็นต์, เงินปอนด์ ร้อยละ 60 และเงินวอนเกาหลีใต้ ร้อยละ 55

สกุลเงิน G-10 เป็นสกุลเงินที่ถูกซื้อขายมากที่สุดในโลก ประกอบด้วย ดอลลาร์สหรัฐฯ, ยูโร, เยน, ปอนด์, ฟรังก์สวิส, ดอลลาร์ออสเตรเลีย, ดอลลาร์นิวซีแลนด์, ดอลลาร์แคนาดา, โครนาสวีเดน, และโครนนอร์เวย์

 

2) ประเทศจีน และค่าเงินหยวน

การสำรวจของธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ BIS ได้ให้ความสำคัญถึงการเพิ่มขึ้นของสกุลเงินในตลาดที่เกิดใหม่ ดังข้อสังเกตที่ว่า เงินหยวนเพิ่มสูงขึ้นเป็นสองเท่าในปี 2013 ถึงประมาณร้อยละ 4 ด้วยมูลค่าการซื้อขายหมุนเวียนเฉลี่ยต่อวัน 202 พันล้านเหรียญสหรัฐในเดือนเมษายน 2016. ปริมาณดังกล่าวทำให้เงินหยวนขึ้นมาเป็นอันดับที่ 8 ท่ามกลางหมู่สกุลเงินที่มีการซื้อขายคล่องมากที่สุดในโลก. แสดงถึงภาวะที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับในปี 2013 เมื่อเงินหยวนของจีนเคยอยู่ในลำดับที่ 9 ก่อนที่จะขึ้นอันดับนำหน้าสกุลเงินกีวีนิวซีแลนด์

ในเดือนตุลาคม 2016 เงินหยวนของจีนได้ถูกผูกเข้ากับตะกร้าสกุลเงินสำรองของกองทุนรวมระหว่างประเทศ(IMF) อย่างเป็นทางการร่วมกับ เงินดอลลาร์สหรัฐ, ยูโร, เยน และ ปอนด์

การผูกสกุลเงินเข้าด้วยกันในครั้งนั้น ถือเป็นเหตุการณ์สำคัญที่ทำให้เงินหยวนมีความเป็นสากลวิวัฒน์มากขึ้น และเป็นการผนวกเข้าด้วยกันเป็นครั้งแรกหลังจากเกิดระบบเงินสหภาพยุโรป(Euro Currency) เมื่อปี 1999. นอกจากนี้ ผลประโยชน์ของการผนวกยังหมายถึงประเทศจีนสามารถถือเงินสำรองระหว่างประเทศได้น้อยลงดังข้อตกลงระหว่างประเทศ

Yen.png

ผู้ให้บริการการทำธุรกรรมทั่วโลกสวิฟท์ กล่าวว่า การซื้อขายเงินหยวนยังมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นสกุลเงินที่ได้การยอมรับในฐานะสกุลเงินที่สามารถใช้ในการชำระหนี้ได้ เงินหยวนจึงเป็นสกุลเงินอันดับที่ 5 ที่มีสภาพคล่องมากที่สุดสามารถใช้สำหรับการชำระเงินได้ในระดับโลกในเดือนกรกฎาคม 2016

อย่างไรก็ตาม ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของจีนซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกได้ลดลง 320 พันล้านเหรียญสหรัฐในปี 2016 ขณะที่เจ้าหน้าผู้มีอำนาจพยายามหาทางที่จะพยุงค่าเงินหยวนเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์ที่ทะยานขึ้นซึ่งการกระตุ้นการไหลออกของเงินทุนจากจีน ค่าเงินหยวนตกลงร้อยละ 6.5 เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐในปี 2016 ซึงเป็นการลดลงประจำปีครั้งที่ใหญ่ที่สุดตั้งแต่ปี 1994 และมีการคาดการถึงค่าเงินหยวนที่อ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องในระดับสูงต่อการเผชิญกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่แข็งแกร่ง. ในเวลาเดียวกัน เศรษฐกิจภายในประเทศที่ซบเซาอย่างต่อเนื่องกำลังกระตุ้นการต่อสู้เพื่อค้นหาเงินทุนจากการลงทุนที่มีกำไรมหาศาลในต่างประเทศ สิ่งที่ต้องตระหนักถึงอันตรายคือ ประเทศจีนได้เพิ่มมาตรการเพื่อหยุดการไหลออกของเงินทุน โดยเฉพาะการจำกัดการลงทุนในหลาย ๆ โครงการในต่างประเทศที่ถูกพิจารณาว่าจะเกิดหนี้

การกระทบกระเทียบนี้ ได้นำสิ่งที่น่าสนใจถึงด้านของ Forex อย่างมากมาย เพราะทำให้เกิดความยากในการตัดสินใจต่อการลงทุนของจำนวนนักลงทุนรายบุคคลในประเทศจีนผู้ที่ได้เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ต่างประเทศ

 

3) กฎระเบียบ

ในช่วงสุดท้ายของปี 2016 มีการพาดหัวข่าวถึง กฎระเบียบจำนวนมากได้มีการเปลี่ยนแปลง (ส่วนใหญ่ในยุโรป) ผู้ควบคุมกฎระเบียบของไซปรัส CySEC ได้ประกาศสั่งห้ามในการชำระเงินโบนัส และ จำกัดจำนวนเลเวอเรจ (Leverage) ต่อโบรกเกอร์ที่ให้บริการแก่ลูกค้ารายย่อย.

การดำเนินการของ CySEC ส่งผลตามมาด้วยข้อเสนอที่คล้ายกันโดยผู้ควบคุมกฎระเบียบของสหราชอาณาจักร FCA. ยิ่งไปกว่านั้น อิสราเอล และรัสเซียได้ประกาศว่า โบรกเกอร์ Forex จำเป็นต้องได้รับใบอนุญาตก่อนการให้บริการอย่างเป็นทางการแก่นักลงทุนรายย่อยได้.
การดำเนินการเหล่านี้จะส่งผลถึงสองผลกระทบต่ออุตสาหกรรม Forex ทั้งหมด:

  • โบรกเกอร์จะเริ่มกำหนดเป้าหมายกลุ่มลูกค้าในพื้นที่ที่ขอบเขตอำนาจของศาลและกฎหมายที่มีกฎระเบียบควบคุมไม่เข้มงวด ซึ่งรวมถึงบางประเทศของภูมิภาคเอเชีย
  • จะมีการหลั่งไหลของโบรกเกอร์ที่มองหาเขตพื้นที่ควบคุมของกฎระเบียบที่ไม่เข้มงวดเพื่อได้รับการอนุญาต ซึ่งรวมถึงพื้นที่ เช่นวานูอาตู และเซนต์วินเซนต์

 

3 แนวโน้มเกิดใหม่ในเอเชีย

เมื่อเรามองไปอีก 10 ปีข้างหน้า จะมี 3 แนวโน้มที่โดดเด่นในเอเชีย:

 

1) สกุลเงินดิจิตอล (Cryptocurrencies)

การใช้สกุลเงินดิจิตอล(Cryptocurrencies) ได้มีการเฟื่องฟูในช่วงหลายปีที่ผ่านมา สกุลเงินออนไลน์ที่ชื่อ Bitcoin ได้รับรองตั้งแต่ปี 2008 ความรู้ และความเข้าใจเกี่ยวกับการชำระเงินดิจิตอลยังคงได้รับความสนใจมากขึ้นตลอดมา

BitCoin1.png

การซื้อขาย Bitcoin เกือบทั้งหมดเกิดขึ้นในประเทศจีน อัตราการใช้ Bitcoin เพิ่มสูงขึ้นร้อยละ 120 ในปี 2016 สูงกว่าทุกสกุลเงินอื่น ๆ ทั่วโลก จากส่วนแบ่งที่น้อยกว่าร้อยละ 10 ในเดือนมกราคมปี 2012 เงินหยวนในขณะนี้มีอัตราเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 93 ของการซื้อขาย Bitcoin ทั้งหมด. Bitcoin ได้เริ่มต้นปี 2017 ด้วยมูลค่าเพิ่มขึ้นสูงกว่า 1,000 เหรียญสหรัฐนับเป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 2013

 

2) ที่ปรึกษาการลงทุนแบบออนไลน์ (Robo-Advisors)

หนึ่งในไฮไลท์ในโลกค้าปลีกในช่วงหลายปีที่ผ่านมา คือ ระบบคัดลอกการซื้อขาย. (Social Trading)
ระบบคัดลอกการซื้อขายจะอนุญาตให้ผู้ลงทุนสามารถทำการซื้อขายออนไลน์ด้วยความช่วยเหลือของคนอื่น ๆ ช่วยลดระยะเวลาการเรียนรู้ เพราะผู้ค้าสามารถโต้ตอบกับคนอื่น ๆ เห็นคนอื่น ๆ ทำการซื้อขายแล้วเกิดการทำซ้ำการซื้อขายของพวกเขา และเรียนรู้เทคนิคของผู้เชี่ยวชาญที่ใช้ในการซื้อขายตั้งแต่แรกเริ่ม

ขั้นตอนจากระบบคัดลอกการซื้อขายกลายมาเป็นระบบที่ปรึกษาการลงทุนแบบออนไลน์ระดับโลก หลาย ๆ คนหันไปให้ความสนใจกับระบบที่ปรึกษาการลงทุนแบบออนไลน์ เพราะว่าค่าธรรมเนียมที่ต่ำกว่า และไม่มีการจำกัดจำนวนการลงทุนขั้นต่ำ

Business Intelligence บริการวิจัยธุรกิจวงในคุณภาพดี คาดการณ์ว่าที่ปรึกษาการลงทุนแบบออนไลน์จะสามารถจัดการ 10% โดยประมาณของสินทรัพย์ทั้งหมดทั่วโลกภายใต้การบริหารภายในปี 2020 ถือเป็นมูลค่าโดยประมาณ 8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ. ส่วนในภูมิภาคเอเชีย - แปซิฟิค ถูกคาดว่าจะทำมูลค่าได้ถึง 2.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐของปริมาณทั้งหมดที่เกิดจากการซื้อขาย และการลงทุนในภูมิภาค

 

3) ระบบการจัดการฐานข้อมูลการทำธุรกรรมในตลาดอัตราแลกเปลี่ยน (FX Blockchain)

โดยใช้การเข้ารหัส(cryptography) เพื่อการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการรักษาความปลอดภัย ระบบการจัดการฐานข้อมูลมีการกระจายอำนาจ หรือ "บัญชีแยกประเภทดิจิตอล" ของการทำธุรกรรมที่ทุกคนในเครือข่ายสามารถมองเห็น เครือข่ายนี้เป็นหลักห่วงโซ่ของคอมพิวเตอร์ที่ทุกคนจะต้องทำการอนุมัติการแลกเปลี่ยนข้อมูลก่อนที่ธุรกรรมจะสามารถถูกยืนยัน และบันทึกได้.

เมื่อเร็ว ๆ นี้ กลุ่มที่มีชื่อเสียงอย่าง Goldman Sachs และ Mastercard ได้จดสิทธิบัตรถึงบางส่วนของเทคโนโลยีระบบการจัดการฐานข้อมูล (Blockchain) ที่มีความหวังสำหรับพวกเขา. มองไปในอนาคตข้างหน้า ระบบการจัดการฐานข้อมูลในตลาดอัตราแลกเปลี่ยน (FX Blockchain) จะกลายเป็นหลักสำคัญ. บริษัท เช่น Cobalt DL, Lykke และ FXCH ได้เริ่มดำเนินการใช้แล้ว ประโยชน์บางส่วนของระบบการจัดการฐานข้อมูลในตลาดอัตราแลกเปลี่ยน(FX Blockchain) ได้แก่ มีความโปร่งใสมากขึ้น, ลดค่าใช้จ่าย และการดำเนินการที่เร็วขึ้น

Wayne Gretzky ในฐานะที่เป็นตำนานแชมป์ฮอกกี้น้ำแข็ง ได้กล่าวไว้ว่า “ผมไม่ตามไปที่ที่ลูกยางอยู่ ผมจะไปที่ลูกยางอาจจะไปอยู่.” สำหรับลูกยางของตลาดอัตราการแลกเปลี่ยนกำลังจะไปอยู่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค ดังนั้น เตรียมความพร้อมสำหรับการเผชิญทุก ๆ กิจกรรมของการซื้อขาย!

 

Mario Singh

CEO

 

เปิดบัญชีวันนี้และเริ่มต้นเทรดกับโบนัสสูงสุด 10,000 USD ฟรี!

170105-FM-eDM-OpenAccountNow-Button.png